8 สัญญาณส่อรถพังยอดฮิต เช็คด่วนน !!

September 18, 2018

 

🔥🔥 " 8 อาการส่อรถพังยอดฮิต มีอะไรบ้าง เช็คด่วน !! " 🔥🔥

 

 


 

📌 สตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ - เช็คแบทด่วนเลย

 

 

 

 


1) สตาร์ทเครื่องยนต์นานกว่าปกติสียงสตาร์ตนั้นยังบอกอาการของรถได้ เพราะปกติแล้วการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นจะใช้การถีบตัวไม่เกิน 3 ครั้งใช้เวลาไม่เกิน 15 วินาที ถ้านานกว่านั้นแสดงว่ารถเริ่มมีปัญหา หมายถึงแบตเตอร์รี่อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ ยิ่งถ้ารถคุณสตาร์ตช้า เตรียมเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ลูกใหม่ได้เลย

Tips - พกสายพ่วงแบตเตอร์รี่ ติดรถไว้เผื่อฉุกเฉินเสมอๆ

 

 
📌 พบน้ำมันรั่วใต้ท้องรถ - มีอะไรรั่วแน่นอน อันตรายมาก เช็คด่วน
 

 


2. พบน้ำมันรั่วใต้ท้องรถ

แสดงว่าเกิดความผิดปกติจากรถยนต์ของท่านแน่นอน เมื่อพบอาการแบบนี้แล้วผู้ใช้จะเริ่มกังวลแล้วว่า มันคือน้ำมันอะไรที่รั่ว แล้วจะมีปัญหาหรือไม่? แล้วขับใช้งานต่อได้หรือไม่? เรามาดูกันดีกว่าว่าหากเกิดอาการแบบนี้ต้องทำยังไง อาการน้ำมันรั่วหยดใต้ท้องเป็นอาการที่เกิดได้กับรถทุกคันยิ่งเป็นรถที่มีอายุการใช้งานมานานแล้วก็ยิ่งมีโอกาสที่ซีลยางต่างๆจะเสื่อมสภาพและไม่สามารถกั้นหรือกันน้ำมันไม่ให้ไหลออกมาได้ นอกจากนั้นอาการน้ำมันรั่วอาจเกิดมาจากสภาพการใช้งาน เช่น อุบัติเหตุที่เกิดระหว่างการใช้งานรอยครูด รอยกระแทก ใต้ท้องรถ ก็ทำให้เกิดอาการน้ำมันรั่วซึมได้เช่นกัน 

Tips : หากน้ำมันรั่วเพียงเล็กน้อย สามารถขับเข้าไปให้ช่างตรวจสอบได้ แต่หากน้ำมันรั่วออกมามาก โดยไม่ทราบสาเหตุให้โทรตามช่างมาดีกว่าค่ะ



 

 

📌 พบเสียงดังแปลกๆ ผิดปกติ - บันทึกเสียงไว้ ไปปรึกษาช่าง

 

3 ) มีเสียงดังแปลกๆ ผิดปกติ

อาจเป็นเรื่อง ยากในการสังเกตในระหว่างขับรถ แต่สามารถสังเกตได้เมื่อรถจอดหรือเดินเบาเครื่องยนต์ก่อนขับออกถนน โดยทั่วไปแล้วการทำงานของเครื่องยนต์จะไม่มีเสียงผิดแปลก โดยเฉพาะเสียงเหล็กกระทบกัน หรือทางศัพท์ช่าง เรียกว่า "เสียงน็อก" (Knocking) หากได้ยินเสียงดังกล่าว และไม่เคยได้ยินมาก่อนนั้น ให้รีบไปหาผู้เชี่ยวชาญทันที แต่ทางที่ดีอันนี้อยากแนะนำบันทึกเสียงนั้นไว้ก่อน อาจจะถ่ายคลิป เพื่อใช้ประกอบในการอธิบายปัญหา

Tips : อัดเสียงในขณะเกิดเสียงเพื่อให้ช่างฟังอาการ และหาวิธีแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นค่ะ
 

📌 มีควันสีขาวออกจากท่อไอเสีย - ระบบเผาไหม้เครื่องยนต์อาจมีปัญหา
 

4) มีควันขาวออกจากท่อไอเสีย

สาเหตุที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากการที่มีน้ำมันเครื่องหลุดเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ แล้วถูกเผาไหม้ผสมไปกับเชื้อเพลิง (น้ำมัน หรือแก๊ส) และออกมาเป็นควันขาวที่ปลายท่อไอเสีย ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ในขณะที่ติดเครื่องยนต์อยู่ จากนั้นเร่งเครื่องให้สุดคันเร่งประมาณ 2-4 วินาที สังเกตดูปริมาณควันที่ออกมาจากท่อไอเสีย ถ้ามีควันมากเกินปกติ ก็แน่นอนว่าเครื่องยนต์มีปัญหาแน่นอน 

Tips : หากพบว่ารถยนต์ของคุณมีอาการควันขาวออกมาจากท่อไอเสียมากเกินปกติ ควรรีบไปตรวจเช็กที่อู่ หรือศูนย์ซ่อมทันที เพราะมันอาจส่งผลเสียที่ร้ายแรงมากกว่าเดิม จากที่จะต้องเสียค่าซ่อมแค่ในส่วนนั้น อาจกลายเป็นว่าต้องเสียเงินซ่อมมากกว่าเดิม หรือหนักสุดคงได้ยกเครื่องใหม่แน่ๆ


 

 

📌 มีเสียงตอนเบรค - เข้าอู่ตรวจเช็คระบบเบรคด่วน

 

 

5) มีเสียงดังตอนเบรค

เมื่อกดเบรก แล้ว ได้ยินเหมือนเสียงหนูร้องเอยู่ในรถ อาจจะด้านหน้า หรือ ด้านหลัง หมายถึงผ้าเบรกกำลังหมดอายุการใช้งาน ถ้าได้ยินแล้วอย่ารอช้า รีบหาเวลาไปเปลี่ยนผ้าเบรกก่อนจะทำความเสียหายต่อชุดจานเบรก

Tips : หากมีเสียงตอนเบรคให้ขับรถอย่างระมัดระวัง และรีบเข้าไปให้ช่างตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

 

 

📌 มีเสียงตอนเลี้ยวรถ - เพลาขับอาจมีปัญหา อันตรายเช็คด่วน

 

 

6) มีเสียงตอนเลี้ยวรถ

ส่วนมากเกิดในเพลาขับปกติ (รถขับหน้า) แต่ส่วนที่เสียมักจะเป็นหัวกะโหลกเพลาด้านนอก ราคาแล้วแต่ยี่ห้อ ส่วนข้อกังวลว่าล้อจะหลุด หรือไม่เลี้ยวตาม คงเกิดยาก แต่จะค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ 

อย่างไรก็ตาม หากเพลาขับมีเสียงดัง เวลาเลี้ยว ทั้งซ้ายและขวา มั่นใจว่าเสียแน่ๆ หากทนใช้ไปก่อนจะมีผลเสียหรืออันตรายอะไรหรือไม่ จะมีเหตุการณ์ล้อหลุดได้มั้ย หรือหมุนพวงมาลัยแล้วล้อไม่เลี้ยวตาม มีโอกาสเกิดขึ้นมั้ย และการถ่ายทอดกำลังจากเกียร์สู่ล้อด้อยลงหรือไม่ หรือแค่ทำให้เกิดความรำคาญเสียงเวลาเลี้ยวเท่านั้น 

กรณีนี้หากเกิดจากเพลาขับล้วนๆไม่รวมสาเหตุอื่น สิ่งที่จะตามมาคือหัวเพลาแตก ทำให้ล้อไม่หมุน เครื่องหมุน รถไม่เคลื่อน หรือถ้าเพลาหลุด ถ้าวิ่งอยู่ด้วยความเร็ว เพลาทั้งดุ้นหลุด จะเป็นอันตรายต่อตนเองและคนอื่นบนท้องถนน 

Tips: รีบเข้าหาช่างให้ตรวจสอบระบบ เพลา ถ้าถึงขั้นเพลาหลุด น้ำมันเกียร์กระจายเป็นทางยาวบนถนน รถตามหลังมาอาจเบรกไม่อยู่ หรือหมุน หรือชน อันตรายอย่างยิ่ง

 

 

📌 รถอืดเร่งไม่ขึ้น - ตรวจสอบ กรองอากาศ กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่ายน้ำมันเครื่อง

 

 

 7) รถอืดเร่งไม่ขึ้น

ถ้าเมื่อไรเร่งแล้วรู้สึกว่าไม่พุ่งเหมือนเดิม แต่ไม่มีความผิดปกติอย่างอื่น เช่น รอยน้ำมัน นั่นหมายถึงอาจจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว แต่หากถ่ายมาแล้วและยังวิ่งอืดอยู่ ก็จะมีอีก 2 เรื่อง คือ กรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรองอากาศ อาการรถมีอัตราเร่งถอยนี้ มีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

เหมือนคนเราคัดจมูกหายใจไม่ออก ทำให้หอบเหนื่อยง่าย ไม่มีแรงเพราะหายใจไม่ทัน เครื่องยนต์ก็เช่นกัน เมื่ออากาศเข้าน้อย Oxygen ก็น้อยลง ทำให้การเผาไหม้ทำได้ไม่ดี นั่นทำให้รถยนต์กำลังตก ไม่มีแรง เหมือนคนเหนื่อยหอบ

Tips: อาจซื้อกรองอากาศเก็บไว้ สามารถเปลี่ยนเองได้ง่าย หรือทำความสะอาดกรองอากาศ และตรวจเช็คอยู่เสมอ

 

 


 

📌 รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ - เช็คกรองอากาศ ยางรถยนต์ การบรรทุกของหนัก เครื่องยนต์หลวม ชนิดของน้ำมันเครื่อง

 


8) รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ

อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น หัวเทียน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเชื้อเพลิง ลมยาง Air Flow sensor และ กรองอากาศ

กรองอากาศเกี่ยวอะไรกับน้ำมัน !! เกี่ยวแน่นอนครับ ถ้าอากาศเข้าน้อยลง แต่กล่องจะสั่งจ่ายน้ำเท่าเดิม นั่นทำให้การเผาไหม้ทำได้ไม่สมบูรณ์ และ หากปล่อยไว้ กล่องจะสั่งจ่ายน้ำมันลดลงตามอากาศ นั่นทำให้รถของคุณไม่มีแรง เปลืองน้ำมัน และ สึกหลอเพิ่มมากขึ้นด้วยครับ ไม่เชื่อลอง ติดตั้งกรองอากาศเก่าๆที่อุดตัน วัดค่าสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อถัง ในขาไป ส่วนขากลับเปลี่ยนกรองอากาศใหม่ๆ หายใจโล่งๆ อย่าง Fabrix ดูคุณอาจรู้สึกเหมือนขี่รถคันใหม่เอี่ยมเลยก็ได้

Tips :อาจซื้อกรองอากาศเก็บไว้ สามารถเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ หรือทำความสะอาดกรองอากาศ และตรวจเช็คอยู่เสมอ
 

 

Please reload

Featured Posts

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Recent Posts