กรองอากาศรถยนต์เลือกอย่างไร ให้เหมาะกับรถคุณ

ทำความรู้จักกับกรองอากาศรถยนต์


ก่อนอื่นเลยต้องพาไปทำความรู้จักกับไส้กรองอากาศรถยนต์แต่ละประเภทกันก่อนว่ามีแบบใดและมีราคาประมาณช่วงไหนกันบ้าง โดยเราขอแบ่งประเภทออกตามวัสดุหลักของตัวกรองซึ่งทำให้แต่ล่ะประเภทมีการใช้งานและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบกระดาษ


ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบกระดาษ

ซึ่งชนิดแรกเลยคือ ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบกระดาษ หรือบางคนอาจจะรู้จักในชื่อไส้กรองอากาศแบบแห้ง ซึ่งไส้กรองอากาศชนิดนี้เหมาะกับคนที่ใช้รถทุกวัน เช่น พนักงานส่งของ, รับจ้างขับรถ เช่น ขับรถ Grab หรือขนส่งต่างๆ รวมไปถึงพี่คนขับแท็กซี่ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งข้อดีของไส้กรองอากาศรถยนต์แบบกระดาษนี้ก็คือ เป็นไส้กรองอากาศรถยนต์ที่ดักจับฝุ่นได้ดีที่สุด และยังเป็นไส้กรองอากาศรถยนต์ราคาค่อนข้างต่ำ โดยไส้กรองอากาศรถยนต์ชนิดนี้ ราคา อยู่ที่ประมาณ​ 100 - 200 บาท เท่านั้น แต่ข้อเสียก็มีเช่นเดียวกัน เพราะด้วยความที่เป็นกระดาษ เลยทำให้ตัวไส้กรองอากาศรถยนต์ชนิดนี้สึกหรอเร็ว ทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ นั่นก็คือทุกๆ 6,000 - 10,000 กิโลเมตรที่รถบนต์วิ่ง (หรือถ้าคำนวนออกมาก็ต้องเปลี่ยนทุกๆ 3-5 เดือนนั่นเอง) นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอัตราการดูดอากาศยังถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชนิดอื่นๆ



ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบผ้า


ต่อมาเป็นไส้กรองอากาศรถยนต์แบบผ้า ซึ่งเหมาะกับคนที่ใช้รถค่อนข้างบ่อย แต่ไม่ได้ใช้ตลอดเวลา เช่น ใช้รถยนต์เฉพาะเวลาเช้าไปทำงาน และเย็นขับรถกลับบ้านเท่านั้น คนกลุ่มนี้จึงไม่เหมาะกับไส้กรองอากาศรถยนต์แบบกระดาษที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะว่าถ้ามีช่วงเวลาไหนที่จอดรถนิ่งๆ จะทำให้มีฝุ่นไปเกาะตัวไส้กรองอากาศรถยนต์ ซึ่งฝุ่นหรือละอองพวกนี้จะส่งผลเสียทำให้เครื่องยนต์พังเร็ว ซึ่งถ้าไม่อยากเกิดปัญหานี้ เราจึงต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศบ่อยกว่าปกตินั่นเอง ดังนั้นไส้กรองอากาศรถยนต์แบบผ้าจึงตอบโจทย์คนที่ใช้รถยนต์ลักษณะนี้มากกว่าแบบอื่นๆ ข้อดีของไส้กรองอากาศรถยนต์ชนิดนี้ก็คือ มันมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวเลยทีเดียว อยู่ที่ 50,000 กิโลเมตร (มากกว่าแบบกระดาษถึง 3 เท่า) เพราะฉะนั้นเลยไม่ต้องมาเปลี่ยนบ่อยๆ


และด้วยความที่เราไม่ต้องมาเปลี่ยนไส้กรองอากาศรถยนต์บ่อยๆ เมื่อใช้ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบผ้า ทำให้ไส้กรองอากาศชนิดนี้ อาจจะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการดูแลรถยนต์ หรือรู้เรื่องอะไหล่ของรถยนต์มากขนาดนั้นเช่นกัน


และข้อดีอื่นๆ ของไส้กรองอากาศรถยนต์ชนิดนี้ก็คือดูแลรักษาง่าย มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาว อากาศผ่านได้ดี และดักจับฝุ่นดี (แต่อาจจะไม่ได้ดีเท่าแบบกระดาษ) ทำให้ไส้กรองอากาศรถยนต์ชนิดผ้านี้เป็นที่นิยมค่อนข้างมาก และด้วยข้อดีรอบด้านแบบนี้ ทำให้ไส้กรองอากาศรถยนต์ก็จะมีราคาอยู่ตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักพันบาทนั่นเอง


และแน่นอนว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้รถใช้ถนนตรงกับกลุ่มนี้ และยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อไส้กรองอากาศรถยต์ยี่ห้อไหนดีทางเราเองก็ขอแนะนำไส้กรองอากาศ Fabrix ที่ผลิตจากวัสดุผ้าคุณภาพสูง เหนือกว่ายี่ห้ออื่นๆ เพราะเราออกแบบให้ไส้กรองอากาศรถยนต์ของเรามีอัตราการไหลผ่านของอากาศดีเยี่ยม ทำให้เครื่องยนต์ของคุณได้รับออกซิเจน และมีกำลังที่ดีขึ้น นอกจากนี้เรายังเสริมความทนทานด้านตาข่ายอะลูมิเนียม 2 ชั้น เพื่อยืดอายุการใช้งานของไส้กรองอากาศนั่นเอง


ไส้กรองอากาศรถยนต์สแตนเลส


กรองอากาศรถยนต์

และสุดท้ายคือไส้กรองอากาศรถยนต์สแตนเลส ที่เหมาะสำหรับคนที่ขับรถยนต์ที่ต้องการเพิ่มกำลังให้รถ (หรือเรียกว่า เพิ่มกำลังม้า นั่นเอง) เช่นพวกรถแข่งที่สุด เพราะสำหรับไส้กรองอากาศชนิดนี้เป็นที่หนึ่งในด้านการดูดอากาศ เนื่องจากมีตัวกรองที่ละเอียดมาก อยู่ที่ 0.75 ไมครอน พออากาศเข้าไปได้มากขึ้นทำให้รถยนต์มีกำลังมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งข้อดีอีกประการของไส้กรองอากาศชนิดสแตนเลสนี้คือ อายุการใช้งานที่ค่อนข้างมากกว่าอีก 2 ชนิดข้างต้น โดยจะอยู่ที่ 100,000 กิโลเมตร


แต่ข้อเสียก็มี นั่นก็คือเพราะด้วยรูอากาศที่ใหญ่มากขึ้นของไส้กรองชนิดนี้ ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านได้เยอะมากขึ้น ทำให้ฝุ่นละอองสามารถผ่านเข้าไปได้ง่ายมากขึ้นกว่าไส้กรองอากาศชนิดอื่นๆ นั่นเอง


และแน่นอนว่า ถ้าคุณยังสับสนอยู่ ไม่รู้ว่าต้องเลือกไส้กรองอากาศรถยนต์ยี่ห้อไหน หรือชนิดไหนที่ตอบโจทย์ ก็สามารถปรึกษา Fabrix เรื่องไส้กรองอากาศรถยนต์ได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้เลย


  • Website: https://www.fabrixfilter.com/

  • Tel: 02-881-9881

  • Line: http://line.me/ti/p/~@fabrix

  • Facebook: https://www.facebook.com/fabrixfilter

  • Email: contact@fabrixfilter.com


เลือกซื้อกรองอากาศรถยนต์คุณภาพดี ต้อง FABRIX เท่านั้น !!

Featured Posts
โพสต์จะได้รับการเผยแพร่ในเร็วๆ นี้
คอยติดตามนะ…
Recent Posts